กระชากวัยมากค่ะ
หลังจากเตรียมตัวสอบกับ
ทำโปรเจคศึกษาเทศกาลญี่ปุ่น
แต่ยังไม่ยอมอ่านหนังสือและทำซะที
หอบหนังสือไปหลับที่ห้องสมุดประหยัดฮีทเตอร์บ่อยๆ
เรื่องเริ่มจากมีอาจารย์มาถามว่า
ใครอยากไปเล่นกะเด็กประถมบ้างเราก็ไม่กลัวรังแกลูกเค้า
สมัครเลย ปรากฏว่าเป็นค่ายค้างหนึ่งคืนที่ภูเขาสวยๆซะที่
จำชื่อไม่ได้ค่ะ ไม่ใช่ที่เที่ยวโด่งดังของจังหวัดโทยาม่า
คือจังหวัดข้างๆที่เย้าอยู้
และแล้วก็ถึงวันไปค่าย
เค้านัดแปดโมงครึ่งโอวแม่เจ้า
ก่อนหน้านั้นเป็นวันหยุดเราก็ตะลุยเดิน
เพราะมีของใช้หน้าหนาวไม่ครบ
แล้วพี่คนไทยชวนไปกินข้าว+เหล้าอีก
กลับมาก็ดึกดื่นเหนื่อยมาก
ก็ต้องเตรียมตัวไปค่ายด้วย

พอไปถึงโอววว ทุกคนเขียนชื่อเป็นคันจิ
ม่ายยย มันอ่านว่าอะไรหนูอ่านไม่ออก
คือเย้าอยู่ในกลุ่มในฐานะคนที่เค้าต้องดูแล
ทุกคนเป็นเด็กประถมตั้งแต่ 4-6
มีสองคนเป็นเด็กป.2
หัวหน้าเป็นพี่โตที่คอยดูแลเป็นvolunteer
วางแผนคอยกำหนดเวลา
ทั้งหมดมีสี่กลุ่ม
ทั้งสี่คนอยู่ม.3
โอยยย เราให้เด็กม สามมาดูแลว่ะ
เพิ่งรู้สึกมาถึงญี่ปุ่นวันแรกก็วันนี้
ฟังเด็กคุยกันไม่รู้เรื่องเลย
ถ้าเค้าอยากคุยกะเราเค้าก็จะพูดversionที่เรารู้เรื่อง
โห advanceกีดกันมากๆ ไม่หรอกเค้าก็พยายามชวนเราเล่นทุกอย่างเลย
ซักพักสอนร้องเพลงเค้ารู้ว่าเราอ่านคันจิไม่ออก
เค้าก็หายไปเอาmarkerกะเทปมา
ให้ทุกคนเขียนชื่อเป็นตัวฮิรางานะแทน
น้องใจดีมากๆ
เริ่มจากกินข้าวเที่ยงกันก่อน
ที่นี่คือการจำลองโรงเรียนประถม
ในกลุ่มต้องมาครบถึงจะเข้าโรงอาหารได้
เย้ามัวแต่เดินเล่นคุยกะอาจารย์น้องเลยต้องกินกลุ่มช้าสุด
พอต่อแถวรับอาหารเสร็จ
ก็ต้องร้องเพลง ที่หมายความว่ามากินกันอย่างมีมารยาท
เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง แล้วจบด้วยตบมือสามที
ยกมือไหว้ พูดว่า อิทาดาคิมัส
แล้วก็เริ่มกินได้

ต้องรอให้ทุกคนทานเสร็จ
เป่ายิ้งฉุบว่าใครจะยกอะไรไปเก็บอาสาก็ได้
ดูดีกว่าเพราะเป่าไปเย้าก็แพ้ตลอด
ไม่เข้าใจจริงๆ
ถ้าใครได้เก็บอะไรถ้าเพื่อนกินเหลือก็ต้องกินเข้าไป
หรือจะบังคับเพื่อนกินก็ได้
ซึ่งทรมานใจเรากะมะเขือเทศและแตงกวามาก
คือ ถ้าเราไม่กินคนอื่นก็ต้องกินของเหลือเรา
ไม่งั้นเก้บจานไม่ได้
แล้วต้องร้องเพลงตอนเสร็จเป็นประมาณขอบคุณที่ทำให้เราแข็งแรงให้เรามีความสุขในวันนี้
จบด้วย"โกะจิโซซัมมะเดชิตะ"

คนเวียดนามอิ่ม
กินน้ำซุปไม่หมด
น้องก็ซดเฮือกให้ น้องเค้าก็อิ่มแล้วแหละ
เป็นภาพบาดใจประจำวันเลยทีเดียว
ต่อมาเป็นกิจกรรมทำโซบะ
มีแป้งโซบะ300กรัม น้ำ 160 กรัม

ต้องผสมแล้วกวนสามที
ก่อนนวด แล้วใส่แป้ง...

แล้วค่อยตัดเป็นเส้น


นำมาลวก ผ่านน้ำเย็น


ใส่ปลาแห้ง ต้นหอม และน้ำซุปก็อร่อยแล้ว

แน่นอนเค้าไม่ปล่อยให้ว่าง
ไปโรงยิมเลย
นึกว่าให้เล่นตามอัธยาศัย
ไม่ค่ะ แบ่งทีม
แข่งแซร์บอล แบบไม่มีตะกร้า
สี่ทีมก็ต้องแข่งสามครั้ง
ตัวถ่วงขนาดใหญ่ก็พยายามแล้วนะ
แพ้ค่ะ
ไม่พอเวลาก่อนกินข้าวเย็นยังเหลือ
เราก็เลยเล่นดอดจ์บอลเลย

น้องทุกคนเก่งมาก
เล็งใครดูฉลาดไปหมด
ทำไมมันปาเรากันทุกคนเลยวะเนี่ย
เออ โดนจริงๆ
ปาคนอื่นมันไม่โดน คือเค้ารับได้ก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าโดนก็ต้องย้ายฝั่งไปข้างหลังฝ่ายตรงข้าม
ถ้ารับลูกจากเพื่อนแล้วปาอัดคู่แข่งได้ก็กลับไปฝั่งเดิมได้
เพื่อนพยายามสุ่งลูกมาให้หลายครั้ง

น้องคนนี้เป็นหัวหน้ากลุ่มอีกกลุ่มเท่ห์บาดใจ
ชื่อโชอิจิ

เย้าก็ส่งเข้ามือน้องหนูณณ (หน้าเหมือนหนูณณ)ตลอด
เพื่อน(น้อง)ก็เลยเลิกคิดจะช่วย
ต่อจากนั้นก็ข้าวเย็น
เอาอีกแล้วมะเขือเทศมาอีกแล้ว
น้องคนนึงเห็นเราพยายามเขี่ย
ถามว่าไม่ชอบเหรอ
เราก็ตอบเฉยๆว่าไม่ค่อยชอบ
น้องเค้าถามว่าชอบกินอะไร
เราเลยบอกว่าชอบแอปเปิลตามประสาคนซื่อสัตย์
น้องบอกว่าแลกกะเค้ามั้ยเค้ากินมะเขือเทศให้้
แล้วเอาแอปเปิลเค้าไป บ้าเหรอเธออยู่ป5 นิสัยดี๊ดี
เราอายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย
ก็ต้องกลั้นฝืนกินเข้าไป นำ้ตาไหลเลยซึ้ง
เด็กๆตบมือให้ด้วย
หน้าเรามันประหลาดมากเหรอเนี่ย
ต่อจากนั้นก็มีcandle service

คิดว่าน่าจะดัดแปลงมาจากแคมป์ไฟ
คือเปิดงานด้วยการจุดเทียนมารวมกัน
มีการละเล่นที่ทำเราปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด

อันนี้จับมีเป็นวงกลมแล้วกระโดดไปทางขวาย่อเมื่อเพลงมีคำว่าซัง
มันมาทุกสองคำ เพลงก็จำไม่ได้ สติสัมปชัญญะก็ไม่ค่อยมี
และเหนื่อยมากเพราะพูดกะน้องไม่ค่อยรู้เรื่อง
ชอบทำผิดกติกา
ปิดงานมีจุดเทียนใหม่แล้วค่อยดับอีกที
ต่อจากนั้นก็โอฟุโระ
แปลว่าบ่อน้ำร้อนที่ไม่ใช่น้ำแร่(อนเซน)
เราก็รอเด็กๆอาบเสร็จค่อยไปอาบกับพวกคุณป้าคุณครู
ไม่มีรูปนะจ้ะ
ถ้าถ่ายคงโดนตบ
โอวววว สบายยยยยยยยยยยยยยย
แช่แล้วมาขัดตัว
แล้วลงไปอีกที
มีน้องหัวหน้ากลุ่มเข้ามาบอกว่าเสร็จแล้ว
ที่โรงอาหารมีมีตติ้ง
โอวว คนญี่ปุ่นจริงจัง
นี่มันเกือบห้าทุ่มแล้วนะยะ
ไม่หลับไม่นอนกันเหรอ เด็กประถม
ลงมาไม่ใช่ค่ะ
เป็นโต๊ะกินเหล้าในโรงอาหารโดยมีน้องๆอยู่ตรงลอบบี้
คิดแผนเดินทางพรุ่งนี้
อายมั้ยเนี่ย
ตอนกลางวันทำเป็นเด็กให้เค้าดูแล
พอกลางคืนจะมาเป็นผู้ใหญ่เข้าไปกินเหล้าได้
พวกอาจารย์ก็เอาใจเอากับแกล้มมาให้กิน
ยังกับเรามาช่วย คือเรามาถ่วงชัดๆ
ตอนนี้มีนักเรียนต่างชาติเหลือสองคน เย้ากะเด็กเกาหลีผู้ชายเงียบๆ
คนอื่นขอกลับไปก่อนหลังกินข้าวเย็นเพราะมีธุระ
เย้าเลยได้ไปนอนห้องของแฟนอาจารย์ที่มหาลัย
ที่เป็นคนแมกซิโกกะลูก
ตอนแรกคิดว่าลูกชายเค้า(ป2)เป็นเด็กสปอย

พอเรียกเข้าแถวก็วิ่งไปให้แม่อุ้มแม่ก็อุ้ม
กว่าคนอื่นจะได้กินข้างเธอเดี๊ยะ
ปรากฏว่า น้องคนนี้มาปูที่นอนให้อ่ะ
พี่ขอโทษเค่อะ เริ่มคิดว่า
ทำไมเรานิสัยไม่ดีอย่างงี้รอบที่สิบ
พอเริ่มหลับลูกสาวก็โวยวายอะไรไม่รู้เป็ภาษาสเปน
หรือญี่ปุ่นก็ไม่รู้
โอววว อยู่กะเด็ก
ตอนเช้าตื่นหกโมงครึ่ง

ออกกำลังกายเจ็ดโมง
เหมือนลงนรก
เมื่อคืนกินสาเกกันถึงตีหนึ่ง
จี๊ดๆ ต่อด้วยวันนี้อากาศดีจะไปปั่นจักรยานเที่ยวกัน
คือช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อฤดู พยากรณ์อากาศจะไม่แม่น
มีแผนสองคือถ้าฝนตกจะได้เล่นบาสกะวอลเล่ย์
โอยยย ลุกไม่ขึ้น

พอเข้าแถวเสร็จคุณครูหนุ่ม(ไม่หล่อ)ก็พาเที่ยวแถวที่พัก
เป็นบ้านโบาณสมัยโจมอน (จูมงมจูมอนซะอย่าง)
แปลว่า4500ปีมาแล้วเหวอ
วันนี้อากาศดีก็เลยขี่จักรยานเที่ยว
แบ่งผู้ใหญ่ที่ดูแลเป็นกลุ่มๆด้วย



ได้ไปเล่นสวนสนุกบนเขา

คือถ้าไว้ข้างล่างคงมาง่ายไป
ไปพิพิธภััณ์สิงโตเชิดๆ

ไปดูที่ขึ้นไปเล่นเครื่องร่อน


วัดที่ดังเรื่องธุรกิจ

และไปดูที่เค้าร่อนลง

ทั้งหมดนี่อยู่ใกล้ที่พักแต่
ขึ้นเขาลงเขาอย่างชัน
ต้องเข็นจักรยานขึ้นไปอย่างยากลำบากเพื่อขี่สนุกตอนลง
คุ้มมั้ยเนี่ย
กลับมานึกว่าชั้นจะหลุดพ้น
น้องผู้ชายเล่นเบสบอล ผู้หญิงเล่นแบต
เราก็เอาเลยเล่นโอเทโรกะเด็กๆ
รู้สึกเก๊งเก่ง
กินข้าวเที่ยงเดี๋ยวกลับแล้วชัวร์
ไม่มีงานประดิษฐ์ที่วางทับกระดาษ
เป็นที่อยู่ของโต๊ะโตโระ
คือภูติแห่งป่าที่ญี่ปุ่นเค้าเชื่อว่าจะคอยดูแลถ้าเคารพ
ทำจากไ้ม้ที่เค้าหั่นเป็นชิ้นๆแล้ว
คือไม่มีเลื่อยวงเดือนหรือสายพานมีแต่กาวกะสี แลคััตเตอร์
ซึ่งเราจิตหลุดฟังไม่รู้เรื่องทำผิด
น้อง มสามก็มาค่อยๆบอกอีก
กว่าจะได้กลับบ้าน
หนูต้องทำใหม่
คือมันต้องมีฐานเป็นไม้ท่อนเล็กๆ
ห้ามใช้ไม้อัดเราก็ไม่รู้นี่นา
ฟังไม่ออก
เลยต้องรื้อทำใหม่น้องเค้าก็ไม่ค่อยได้ทำของตัวเองเลย
เราก็รื้อแล้วเอามารวมกันเลยรกสุดๆ
เอาหละ ได้กลับบ้านซะที
เค้าก็ให้ออกไปข้างหน้าให้เด็กทุกคนยืนโค้งขอบคุณ
คือเราไม่ได้ทำอะไรให้เลย
จากนั้นคุณผู้รับผิดชอบก็มาขอคุยแบบส่วนตัว
ก็ขอบคุณแล้วให้บัตรของขวัญซื้อหนังสือสามพันเยน
โหย อะไรจะขนาดนี้หนูมากินอยู่ฟรีนะคะ
ยังแถมเงินอีกเหรอ
ไม่กล้าเอาเลย
แต่บอกเค้าไม่รู้เรื่อง
เค้าชนะอ่ะ เค้าพูดเร็วกว่า
พอมาถึงโรงเรียนประถมอยู่ห่างจากมหาลัย
ประมาณครึ่งชั่วโมง

น้องหมดสภาพกันหมดบอกว่าคุยแพลนงานถึงตีสาม
เย้ามีคนขับรถมาส่งถึงหอ
เหนื่อยแต่สนุก
เรามาถึงญี่ปุ่นแล้วจริงๆ