วันพุธ, ธันวาคม 12, 2007

หาของกินในมหาลัยตอนหนึ่ง

ของกินที่โรงอาหารถือว่าถูกมากสำหรับคนญี่ปุ่น
แต่ถ้าคูณเป็นเงินไทย
ก็ถูกกว่าโอโตยะ นิดนึง
เอาล่ะ ขั้นตอนคือ
การเข้าแถววนหักสามทีเหมือนดิสนีแลนด์
มีสามแถวให้เลือก
คือ 1แถวกับข้าว กับ ข้าว
เราไม่ได้ติดอ่างจริงๆนะ
2 แถวข้าวหน้า (ดง)กะ ข้าวคาเรไรซึ
3แถวเมน ราเมน โซบะ โซเมน อูด้ง

แถวที่ได้รับความนิยมที่สุดคือแถวหนึ่ง
เพราะสามารถเลือกกับและเครื่องเคียงได้ตรงขนาด
กะที่อยากกินได้มากที่สุด
ที่นี่อาหารทุกชนิดมีไซส์มีราคาต่างกัน
อย่างกับมี S M L
ข้าวมีSS S M L XL
เค้าถึงกับชั่งเลยเหอะ
ทุกคนมาตรฐานเดียวกัน
มีเกณฑ์ทุกอย่างไม่เหมือนร้านป้าอ่ะ
อยากได้เท่าไหร่บอก ราคาเท่ากันหมด


ขณะถ่ายรูปคือจะบ่ายโมงแล้วคนจะหายไปอย่างเร็ว
ข้างขวาคือแถวหนึ่ง ข้างซ้ายคือแถวสอง

วิธีซื้ออาหาร
1หยิบถาดมาถือระงับความหิว
2วางถาดบนราง เลือกกับแกล้มจานเล็กที่อยากกินกับข้าววันนี้

อ่อ วันนี้มีเค้กด้วยนะ
แต่ตอนไปถ่ายเค้กหมดแล้ว

3เลือกกับจานหลัก บอกไซส์ด้วยนะไม่งั้นเค้าจะงง

ความจริงตอนคนเยอะๆจะมีวางด้านบนให้เลือกหยิบเลยไม่ต้องสั่งด้วย
แต่ตอนนี้จะเข้าเรียนละ
ขณะถ่ายทำ
พนักงานก็เดินมาพูดด้วยความนอบน้อมว่า
ถ่ายไม่ได้นะครับ
โอววว ขอโทษค่ะ
ต่อจากนี้เลยเป็นการแอบถ่าย

4 เลือกขนาดข้าวและน้ำซุ้มในลอคถัดมาไม่มีภาพประกอบ

5จ่ายสตางค์ที่แคชเชียร์
พี่แคชเชียร์เค้าไม่ให้ถ่ายรูป
แต่ขอชื่นชมเค้าสามารถมองแล้วรู้ว่าอะไรไซส์ไหนได้ในสองวิ
หลังจากวางถาดที่แคชเชียร์ยังไม่ทันหยิบตะเกียบพี่บอกราคาและ
เจ๋งจริง

6 เติมซอสและหยิบน้ำฟรี


ซอสมีให้เลือกเกินสิบชนิดสามชุด
จะได้ไม่ต้องแย่งกัน
รูปนี้คือออกมาจากที่จ่ายสตางค์ทางขวามือที่พี่ใส่ผ้าพันหัวสีเขียว
น้ามีสามอย่างให้เลือก
1 ชาร้อน(ชาจีน)2 ชาเย็น(ชาเขียว)3น้าเปล่าเย็น
กดใส่ถ้วยเตี้ยๆ

7 หาที่นั่ง


8เอาล่ะ
"อิตาดาคิมัส"


อันนี้เย้าซื้อแถวสองเป็นยากินิคุด้งไซส์M
วันนี้ชีสเค้กชิ้นสุดท้ายเเป็นของเดี๊ยนเอง
โฮะ โฮะ
หมดนี่ 500เยน
150บาท โดยประมาณ
ถ้าใครอยากมาเที่ยวโรงอาหาร
ก็ยินดีต้องรับนะเคอะ

วันพุธ, ธันวาคม 5, 2007

ไปเที่ยวสวนที่สวยหนึ่งในสามของญี่ปุ่น

สวนkenrokuen
เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่
สวยแบบที่ทำให้คานาซาว่าเป็นที่รู้จัก
สำหรับคนญี่ปุ่นอ่ะ คนไทยยังไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่
แหะๆ บ้านนอกหน่อยๆ
ความจริงนักเรียนเข้าฟรีวันเสาร์อาทิตย์
แต่มีกิจกรรมตลอดเลย
กลัวไม่ทันใบไม้ร่วงหมดก่อน
ตอนนี้เป็นรอยต่อระหว่าง
ฤดูใบไม้ร่วง กับฤดูหนาว
เลยตัดสินใจไปเสียตังค์เข้าก็ได้
เพราะต้องไปดูคอนเสิร์ตวันศุกร์เย็นพอดี
ไม่แพงๆ 300เยน
แต่เสาร์อาทิตย์มีเข้าค่ายบนภูเขา
ของมหาลัย


ทางเข้าใหญ่โตโอ่อ่า


มุมฮิตถ้ามาถึงที่นี่ก็ต้องถ่ายมุมนี้


ใบไม้เปลี่ยนสีเต็มที่ก่อนจะร่วงในหน้าหนาว


อันนี้เป็นหนุ่งในหกมุมสวยของสวนนี้
คือสวนเคนมีบ่อน้ำและสวนย่อยหลักๆ
หกส่วนเดินกันชั่วโมงนึงขาจะหลุดออกมา



มุมทานขนมโบราณ
มันราคาแพงอ่ะ ไม่ได้กิน
ใบไม้เปลี่ยนสีสวยได้ใจเนอะ




มุมนี้พอคนเดินผ่านก็จะมีปลามาขอขนม
เสียใจย่ะ
ชั้นจนกรอบขนมตัวเองยังไม่มีเงินซื้อเลย



ห้องชงชาอีกหนึ่งไฮไลท์



มองจากด้านนอกไปห้องชงชา


สวนอุเมะ
คือบ๊วยแต่หน้านี้ร่วงหมดแล้ว
โกร๋นเชียว






สว่นใหญ่จะมาเป็นคู่
เออ หนาวแล้วก็มาจู๋จี๋กัน
เห็นแล้วอุ่นขึ้นมาเลยย
อิจฉาตาร้อนอ่ะ








เริ่มเย็นละ
เป็ดหนาวสั่นหนีกลับบ้าน
ไม่ว่ายน้ำโชว์กลางสระและ


เริ่มมืดที่นี่มืดเร็วห้าโมงก็มืดตื๋อ
สวนปิดสี่โมงครึ่งตั้งแต่เดือนตุลา





ปีนขึ้นมาบนจุดชมวิว


มานั่งกินชูว์ครีมคนเดียว
เลยมีคนมาขอให้ถ่ายรูปหมใู่ห้ตลอด
เลยขอเค้าถ่ายให้มั่งง่ะ
เลยมีรูปตัวเองซะที

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 25, 2007

ไปเข้าค่ายกับเด็กประถม

กระชากวัยมากค่ะ
หลังจากเตรียมตัวสอบกับ
ทำโปรเจคศึกษาเทศกาลญี่ปุ่น
แต่ยังไม่ยอมอ่านหนังสือและทำซะที
หอบหนังสือไปหลับที่ห้องสมุดประหยัดฮีทเตอร์บ่อยๆ

เรื่องเริ่มจากมีอาจารย์มาถามว่า
ใครอยากไปเล่นกะเด็กประถมบ้างเราก็ไม่กลัวรังแกลูกเค้า
สมัครเลย ปรากฏว่าเป็นค่ายค้างหนึ่งคืนที่ภูเขาสวยๆซะที่
จำชื่อไม่ได้ค่ะ ไม่ใช่ที่เที่ยวโด่งดังของจังหวัดโทยาม่า
คือจังหวัดข้างๆที่เย้าอยู้

และแล้วก็ถึงวันไปค่าย
เค้านัดแปดโมงครึ่งโอวแม่เจ้า
ก่อนหน้านั้นเป็นวันหยุดเราก็ตะลุยเดิน
เพราะมีของใช้หน้าหนาวไม่ครบ
แล้วพี่คนไทยชวนไปกินข้าว+เหล้าอีก
กลับมาก็ดึกดื่นเหนื่อยมาก

ก็ต้องเตรียมตัวไปค่ายด้วย


พอไปถึงโอววว ทุกคนเขียนชื่อเป็นคันจิ
ม่ายยย มันอ่านว่าอะไรหนูอ่านไม่ออก
คือเย้าอยู่ในกลุ่มในฐานะคนที่เค้าต้องดูแล
ทุกคนเป็นเด็กประถมตั้งแต่ 4-6
มีสองคนเป็นเด็กป.2
หัวหน้าเป็นพี่โตที่คอยดูแลเป็นvolunteer
วางแผนคอยกำหนดเวลา
ทั้งหมดมีสี่กลุ่ม
ทั้งสี่คนอยู่ม.3
โอยยย เราให้เด็กม สามมาดูแลว่ะ

เพิ่งรู้สึกมาถึงญี่ปุ่นวันแรกก็วันนี้
ฟังเด็กคุยกันไม่รู้เรื่องเลย
ถ้าเค้าอยากคุยกะเราเค้าก็จะพูดversionที่เรารู้เรื่อง
โห advanceกีดกันมากๆ ไม่หรอกเค้าก็พยายามชวนเราเล่นทุกอย่างเลย
ซักพักสอนร้องเพลงเค้ารู้ว่าเราอ่านคันจิไม่ออก
เค้าก็หายไปเอาmarkerกะเทปมา
ให้ทุกคนเขียนชื่อเป็นตัวฮิรางานะแทน
น้องใจดีมากๆ

เริ่มจากกินข้าวเที่ยงกันก่อน
ที่นี่คือการจำลองโรงเรียนประถม
ในกลุ่มต้องมาครบถึงจะเข้าโรงอาหารได้
เย้ามัวแต่เดินเล่นคุยกะอาจารย์น้องเลยต้องกินกลุ่มช้าสุด

พอต่อแถวรับอาหารเสร็จ
ก็ต้องร้องเพลง ที่หมายความว่ามากินกันอย่างมีมารยาท
เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง แล้วจบด้วยตบมือสามที
ยกมือไหว้ พูดว่า อิทาดาคิมัส
แล้วก็เริ่มกินได้

ต้องรอให้ทุกคนทานเสร็จ
เป่ายิ้งฉุบว่าใครจะยกอะไรไปเก็บอาสาก็ได้
ดูดีกว่าเพราะเป่าไปเย้าก็แพ้ตลอด
ไม่เข้าใจจริงๆ
ถ้าใครได้เก็บอะไรถ้าเพื่อนกินเหลือก็ต้องกินเข้าไป
หรือจะบังคับเพื่อนกินก็ได้
ซึ่งทรมานใจเรากะมะเขือเทศและแตงกวามาก
คือ ถ้าเราไม่กินคนอื่นก็ต้องกินของเหลือเรา
ไม่งั้นเก้บจานไม่ได้
แล้วต้องร้องเพลงตอนเสร็จเป็นประมาณขอบคุณที่ทำให้เราแข็งแรงให้เรามีความสุขในวันนี้
จบด้วย"โกะจิโซซัมมะเดชิตะ"

คนเวียดนามอิ่ม
กินน้ำซุปไม่หมด
น้องก็ซดเฮือกให้ น้องเค้าก็อิ่มแล้วแหละ
เป็นภาพบาดใจประจำวันเลยทีเดียว


ต่อมาเป็นกิจกรรมทำโซบะ
มีแป้งโซบะ300กรัม น้ำ 160 กรัม

ต้องผสมแล้วกวนสามที
ก่อนนวด แล้วใส่แป้ง...


แล้วค่อยตัดเป็นเส้น




นำมาลวก ผ่านน้ำเย็น


ใส่ปลาแห้ง ต้นหอม และน้ำซุปก็อร่อยแล้ว


แน่นอนเค้าไม่ปล่อยให้ว่าง
ไปโรงยิมเลย
นึกว่าให้เล่นตามอัธยาศัย
ไม่ค่ะ แบ่งทีม
แข่งแซร์บอล แบบไม่มีตะกร้า

สี่ทีมก็ต้องแข่งสามครั้ง
ตัวถ่วงขนาดใหญ่ก็พยายามแล้วนะ
แพ้ค่ะ

ไม่พอเวลาก่อนกินข้าวเย็นยังเหลือ
เราก็เลยเล่นดอดจ์บอลเลย

น้องทุกคนเก่งมาก
เล็งใครดูฉลาดไปหมด
ทำไมมันปาเรากันทุกคนเลยวะเนี่ย
เออ โดนจริงๆ
ปาคนอื่นมันไม่โดน คือเค้ารับได้ก็ไม่เป็นไร
แต่ถ้าโดนก็ต้องย้ายฝั่งไปข้างหลังฝ่ายตรงข้าม
ถ้ารับลูกจากเพื่อนแล้วปาอัดคู่แข่งได้ก็กลับไปฝั่งเดิมได้
เพื่อนพยายามสุ่งลูกมาให้หลายครั้ง

น้องคนนี้เป็นหัวหน้ากลุ่มอีกกลุ่มเท่ห์บาดใจ
ชื่อโชอิจิ


เย้าก็ส่งเข้ามือน้องหนูณณ (หน้าเหมือนหนูณณ)ตลอด
เพื่อน(น้อง)ก็เลยเลิกคิดจะช่วย

ต่อจากนั้นก็ข้าวเย็น
เอาอีกแล้วมะเขือเทศมาอีกแล้ว
น้องคนนึงเห็นเราพยายามเขี่ย
ถามว่าไม่ชอบเหรอ
เราก็ตอบเฉยๆว่าไม่ค่อยชอบ
น้องเค้าถามว่าชอบกินอะไร
เราเลยบอกว่าชอบแอปเปิลตามประสาคนซื่อสัตย์
น้องบอกว่าแลกกะเค้ามั้ยเค้ากินมะเขือเทศให้้
แล้วเอาแอปเปิลเค้าไป บ้าเหรอเธออยู่ป5 นิสัยดี๊ดี
เราอายุเท่าไหร่แล้วเนี่ย
ก็ต้องกลั้นฝืนกินเข้าไป นำ้ตาไหลเลยซึ้ง
เด็กๆตบมือให้ด้วย
หน้าเรามันประหลาดมากเหรอเนี่ย

ต่อจากนั้นก็มีcandle service

คิดว่าน่าจะดัดแปลงมาจากแคมป์ไฟ
คือเปิดงานด้วยการจุดเทียนมารวมกัน
มีการละเล่นที่ทำเราปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด


อันนี้จับมีเป็นวงกลมแล้วกระโดดไปทางขวาย่อเมื่อเพลงมีคำว่าซัง
มันมาทุกสองคำ เพลงก็จำไม่ได้ สติสัมปชัญญะก็ไม่ค่อยมี
และเหนื่อยมากเพราะพูดกะน้องไม่ค่อยรู้เรื่อง
ชอบทำผิดกติกา

ปิดงานมีจุดเทียนใหม่แล้วค่อยดับอีกที

ต่อจากนั้นก็โอฟุโระ
แปลว่าบ่อน้ำร้อนที่ไม่ใช่น้ำแร่(อนเซน)
เราก็รอเด็กๆอาบเสร็จค่อยไปอาบกับพวกคุณป้าคุณครู
ไม่มีรูปนะจ้ะ
ถ้าถ่ายคงโดนตบ
โอวววว สบายยยยยยยยยยยยยยย
แช่แล้วมาขัดตัว
แล้วลงไปอีกที
มีน้องหัวหน้ากลุ่มเข้ามาบอกว่าเสร็จแล้ว
ที่โรงอาหารมีมีตติ้ง
โอวว คนญี่ปุ่นจริงจัง
นี่มันเกือบห้าทุ่มแล้วนะยะ
ไม่หลับไม่นอนกันเหรอ เด็กประถม

ลงมาไม่ใช่ค่ะ
เป็นโต๊ะกินเหล้าในโรงอาหารโดยมีน้องๆอยู่ตรงลอบบี้
คิดแผนเดินทางพรุ่งนี้
อายมั้ยเนี่ย
ตอนกลางวันทำเป็นเด็กให้เค้าดูแล
พอกลางคืนจะมาเป็นผู้ใหญ่เข้าไปกินเหล้าได้
พวกอาจารย์ก็เอาใจเอากับแกล้มมาให้กิน
ยังกับเรามาช่วย คือเรามาถ่วงชัดๆ
ตอนนี้มีนักเรียนต่างชาติเหลือสองคน เย้ากะเด็กเกาหลีผู้ชายเงียบๆ
คนอื่นขอกลับไปก่อนหลังกินข้าวเย็นเพราะมีธุระ

เย้าเลยได้ไปนอนห้องของแฟนอาจารย์ที่มหาลัย
ที่เป็นคนแมกซิโกกะลูก
ตอนแรกคิดว่าลูกชายเค้า(ป2)เป็นเด็กสปอย


พอเรียกเข้าแถวก็วิ่งไปให้แม่อุ้มแม่ก็อุ้ม
กว่าคนอื่นจะได้กินข้างเธอเดี๊ยะ
ปรากฏว่า น้องคนนี้มาปูที่นอนให้อ่ะ
พี่ขอโทษเค่อะ เริ่มคิดว่า
ทำไมเรานิสัยไม่ดีอย่างงี้รอบที่สิบ

พอเริ่มหลับลูกสาวก็โวยวายอะไรไม่รู้เป็ภาษาสเปน
หรือญี่ปุ่นก็ไม่รู้
โอววว อยู่กะเด็ก

ตอนเช้าตื่นหกโมงครึ่ง

ออกกำลังกายเจ็ดโมง
เหมือนลงนรก
เมื่อคืนกินสาเกกันถึงตีหนึ่ง
จี๊ดๆ ต่อด้วยวันนี้อากาศดีจะไปปั่นจักรยานเที่ยวกัน
คือช่วงนี้เป็นช่วงรอยต่อฤดู พยากรณ์อากาศจะไม่แม่น
มีแผนสองคือถ้าฝนตกจะได้เล่นบาสกะวอลเล่ย์
โอยยย ลุกไม่ขึ้น


พอเข้าแถวเสร็จคุณครูหนุ่ม(ไม่หล่อ)ก็พาเที่ยวแถวที่พัก
เป็นบ้านโบาณสมัยโจมอน (จูมงมจูมอนซะอย่าง)
แปลว่า4500ปีมาแล้วเหวอ

วันนี้อากาศดีก็เลยขี่จักรยานเที่ยว
แบ่งผู้ใหญ่ที่ดูแลเป็นกลุ่มๆด้วย






ได้ไปเล่นสวนสนุกบนเขา

คือถ้าไว้ข้างล่างคงมาง่ายไป
ไปพิพิธภััณ์สิงโตเชิดๆ

ไปดูที่ขึ้นไปเล่นเครื่องร่อน





วัดที่ดังเรื่องธุรกิจ




และไปดูที่เค้าร่อนลง



ทั้งหมดนี่อยู่ใกล้ที่พักแต่
ขึ้นเขาลงเขาอย่างชัน
ต้องเข็นจักรยานขึ้นไปอย่างยากลำบากเพื่อขี่สนุกตอนลง
คุ้มมั้ยเนี่ย

กลับมานึกว่าชั้นจะหลุดพ้น
น้องผู้ชายเล่นเบสบอล ผู้หญิงเล่นแบต
เราก็เอาเลยเล่นโอเทโรกะเด็กๆ
รู้สึกเก๊งเก่ง
กินข้าวเที่ยงเดี๋ยวกลับแล้วชัวร์
ไม่มีงานประดิษฐ์ที่วางทับกระดาษ
เป็นที่อยู่ของโต๊ะโตโระ
คือภูติแห่งป่าที่ญี่ปุ่นเค้าเชื่อว่าจะคอยดูแลถ้าเคารพ

ทำจากไ้ม้ที่เค้าหั่นเป็นชิ้นๆแล้ว
คือไม่มีเลื่อยวงเดือนหรือสายพานมีแต่กาวกะสี แลคััตเตอร์
ซึ่งเราจิตหลุดฟังไม่รู้เรื่องทำผิด
น้อง มสามก็มาค่อยๆบอกอีก
กว่าจะได้กลับบ้าน
หนูต้องทำใหม่
คือมันต้องมีฐานเป็นไม้ท่อนเล็กๆ
ห้ามใช้ไม้อัดเราก็ไม่รู้นี่นา
ฟังไม่ออก
เลยต้องรื้อทำใหม่น้องเค้าก็ไม่ค่อยได้ทำของตัวเองเลย
เราก็รื้อแล้วเอามารวมกันเลยรกสุดๆ

เอาหละ ได้กลับบ้านซะที
เค้าก็ให้ออกไปข้างหน้าให้เด็กทุกคนยืนโค้งขอบคุณ
คือเราไม่ได้ทำอะไรให้เลย
จากนั้นคุณผู้รับผิดชอบก็มาขอคุยแบบส่วนตัว
ก็ขอบคุณแล้วให้บัตรของขวัญซื้อหนังสือสามพันเยน
โหย อะไรจะขนาดนี้หนูมากินอยู่ฟรีนะคะ
ยังแถมเงินอีกเหรอ
ไม่กล้าเอาเลย
แต่บอกเค้าไม่รู้เรื่อง
เค้าชนะอ่ะ เค้าพูดเร็วกว่า
พอมาถึงโรงเรียนประถมอยู่ห่างจากมหาลัย
ประมาณครึ่งชั่วโมง

น้องหมดสภาพกันหมดบอกว่าคุยแพลนงานถึงตีสาม

เย้ามีคนขับรถมาส่งถึงหอ
เหนื่อยแต่สนุก
เรามาถึงญี่ปุ่นแล้วจริงๆ

วันอาทิตย์, ตุลาคม 21, 2007

ปาร์ตี้หลังบ้านอาจารย์ของพี่ๆวิศวะ

สมาชิกยกเว้นพี่ต๊อบกะพี่บ่าวที่เป็นลูกศิษย์ตัวจริง





บ้านเค้ารำ่รวยมีสวนหลังบ้าน

พอดีสั่งเนื้อเจงกิสข่านมาจากฮอกไกโด
และมีหม้อฮอกไกโดนาเบะ คือหม้อบาร์บีคิวพลาซ่านั่นแหละ
เค้าเลยชวนลูกศิษย์คนไทยและชวนว่าพาคนไทยมาอีกก็ได้ที่บ้าน

พี่ต๊อบเลยชวนไอ้สามเด็กไม่มีที่ไปให้ไปด้วยกัน

ภาพอาจารย์กับหม้อไฟเนื้อ
ที่ไม่ยอมหยุดทำ
และเย้าก็ไม่หยุดกิน
อร่อยมากกกกกกกก



หลังบ้านมีสวนหรูหรา
และหนูโคนัตซึ
เป็นผู้ชาย
รับแขก เป็นมิตรดี
คิดถึงหมาที่บ้านเลย




ขนมหวานมิซุโมชิ
ราคาแพงอร่อยจัง

ภายในบ้าน


เสร็จแล้วก็ลากลับ
ไปซื้อเค้กที่อร่อยที่สุดในเมืองที่อยู้ใกล้ๆบ้านอาจารย์


เลยงกซื้อกลับมาสองชิ้นมาเองไม่เป็นอ่ะ

การไปกินหม้อไฟของแท้สอนให้รู้ว่า
หมาที่เกิดที่ญี่ปุ่นฟังภาษาญี่ปุ่นออกเท่านั้น แต่ถ้ามีอาหารในมือภาษาใบ้หมาญี่ปุ่นก็เข้าใจ
ทำได้ทุกอย่าง

ของอร่อยจะมีรูปน้อย เพราะต้องตั้งใจกินก่อนสมองสั่งการให้บันทึกภาพ

คนญี่ปุ่นจะทำให้แขกอย่างถวายชีวิตไม่ยอมกินเอง
ทั้งๆที่เค้าเป็นอาจารย์ และแขกจะรู้สึกเกรงใจขอทำก็ไม่ให้
ก็เลยกินเลยซะงั้นไม่เกรงใจจริงๆนี่หว่า

การพูดคนละภาษานี่เหนื่อยจริงๆ ภาษาต้องอาศัยสมองเรียนรู้เพื่อสื่อสารด้วยสื่อใหม่ในสถานที่ที่ต่างกัน
แต่การกินอาหารต่างชาติใช้สมองรับรู้รสส่วนเดียวกันไม่ต้องเรียนรู้ใหม่
ไอ้เนื้อเจงกิสข่าน ฮอกไกโดนี่แน่จริง
ทำให้ถั่วงอกและหัวหอมใหญ่ที่เราไม่ชอบกินมีน้ำรสอร่อยอย่างเหลือเชื่อ

บันทึกแม่บ้าน ตอนซุปปลาสยอง

วันนี้ได้ซื้อเศษปลามาตอนที่แปะป้ายลดครึ่งราคาพอดี
เลยเดินตามแล้วคว้ามาหนึ่งแพคราคาไม่แพง
เป็นเศษเหมือนส่วนไหนซักส่วนที่มีเนื้ออยู่แบบหลอมแหลม
ไม่เป็นไร เอามาทำนำ้ซุปดีกว่า

ลดราคาด้วยเยี่ยมจริง
พอกลับมากะลังจะพลิกมาหั่นหัวใจจะวาย
สยองขวัญมาก
มันเป็นส่วนตาปลาและรอบๆอีกนิดหน่อย

เรียงกันเป็นลูกตาปลาห้าอันเรียงกัน
บนมือของช้านนนนนนน
สยองสุด
ไม่มีรูปเพราะทำใจไปหยิบกล้องมาถ่ายมันไม่ได้
ต้องควำ่หน้าไว้ ดีแล้ว

ก็เลยเอาไปใส่ทำน้ำซุป
อร่อยดีแต่ยังสยองขวัญไม่พอ
พอตักกิน
มีลูกกลมๆลอยขึ้นมา
ฮือๆๆลูกกะตาอ่ะ

แต่อร่อยนะ
มีเนื้อนิ่มๆหนุบหนับ
รสชาตินิ่มนวล เข้มข้นด้วย
แต่ไม่อยากนึกว่ามาจากส่วนไหน

อ่อมีอาหารทำเองที่ตั้งใจจะสร้าง
ข้าวห่อไข่แต่กลางเป็นข้าวผัดกะไข่ทอดมาฝาก
แล้วจะสร้างพัฒนาการให้ได้เร็วๆนี้

วันจันทร์, ตุลาคม 15, 2007

งานเลี้ยงของสมาคมไทย-ญี่ปุ่น

ปีนี้เป็นปีที่ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นครบ120ปี
สมาคมที่คานาซาวา
มีการสอนภาษาและวัฒนธรรมไทยให้กับผู้ที่สนใจ
ซึ่งส่่วนใหญ่เป็นคุณป้าคุณลุงแล้ว
ทุกวันเสาร์ อาทิตย์

หลังงจากคลาสรำไทย
ก็มีกำหนดการไปเลี้ยง
วันนี้เป็นครั้งแรกที่ได้กินอาหารสุดหรู
ในญี่ปุ่นตั้งแต่มาเหยียบเมืองเค้าสองอาทิตย์แล้ว



นี่คือโต๊ะเดียวจากสามโต๊ะใหญ่
วัฒนธรรมที่นี่คือ
ห้ามรินเหล้าหรือน้ำดื่มอะไรก็ตาม
ให้ตัวเอง
ถ้าเห็นของคนอื่นพร่องก็ต้องเติมให้
แล้วถ้าเค้าไม่เติมให้ซะที
ก็ต้องไปดูว่าของคนไหนพร่องเยอะสุด
แล้วก็เนียนเติมเค้าจะได้สังเกตถ้วยของเรา

งานเลี้ยงวันนี้มีแต่อาหารดีๆ
ปลาดิบ
สาหร่ายราคาแพง
เอ็นเนื้อ

และที่สนุกอีกอย่างคือ
เค้าอยากพูดภาษาไทย
เย้าก็ไม่ต้องพยายามดั้นด้นพ่นภูมิปัญญา
ภาษาญี่ปุ่นอันน้อยนิดออกมา

มีความรู้ใหม่คือ
ท่าที่เรายกมือขึ้นมาข้างนึง
เวลานินทาซุบซิบ พูดถึงใครซักคน
ที่นี่หมายความว่าผู้ชายที่เราพูดถึงไม่ใช่ชายแท้
เข้าใจกันหมดตั้งแต่รุ่นเด็กยันแก๊แก่

สวนญี่ปุ่นด้านหลังที่นั่ง

อ่อวันศุกร์เป็นงานเลี้ยงของนักเรียนต่างชาติที่หอ
มีติวเตอร์คือคนที่อยากสนทนาภาษาอังกฤษ
แต่ต้องช่วยเรื่องภาษาญี่ปุ่นมาด้วย
ติวเตอร์เย้าคือ ฟูจิมิซัง

ฟูจิเขียนเหมือ ฟูจิซัง ภูเขาเลย
มิแปลว่า งาม
งามเหมือนภูเขาไฟ ว้าว

ผู้หญิงข้างๆเย้าคือ ฟูจิมิซัง
ที่เหลือคือติวเตอร์ของคนอื่น
ภาษาญี่ปุ่นวันละคำ ติวเตอร์ภาาาญี่ปุ่นคือ ติว ต้า
ไม่ยากๆ อย่างงี้ง่ายหน่อย

ติวต้าเย้าเป็น โคไฮ แปลว่ารุ่นน้อง
อยู่ปีสอง เอกภาษาอังกฤษ


ภาพนี้คือคนไทยเกือบหมด
ยกเว้นคนที่สองจากซ้ายเป็นติวเตอร์บอส เรียนหมออายุ25
บอสคือผู้ชายข้างเย้าเรียนไอดีบางมด

กะคนญี่ปุ่นอีกคน
เสื้อดำคือฟูจิมิซัง
ไล่ไปทีละคนจากซ้ายคือ
พี่วศิน ฮิโรโตะ เย้า บอส ฟูจิมิซัง น้องแจน และหน่อย

ในงานมีแต่เบียร์กระป๋องกะถั่ว
แหมเก็บตั้งคนละพันเยน

วันเสาร์, ตุลาคม 6, 2007

ที่นี่คนไทยใจดี

วันเสาร์ได้ไปแนะนำตัวที่สมาคมไทย-ญี่ปุ่นประจำคานาซาวา พี่คนไทยจัดปาร์ตี้เลี้ยงตอนเย็นไม่คิดว่าจะมีคนไทยที่นี่เยอะขนาดนี้
พี่ทุกคนใจดีมากมีเล่นเกม กินข้าว มีขนมจีนน้ำยาอร่อยมาก
เย้าเล่นบิงโกได้รางวัลคนที่สี่หรือห้าเนี่ยแหละ
ได้ชอคโกแลตเคลือบอัลมอนเย้
มีจับบัดดี้ด้วยแต่เทคแคร์ยังไง
ฉันอยู่บนเขา บัดดี้อยู่ในเมือง

อ่อ พี่ต๊อบ คือพี่คนไทยที่เป็นอาจารย์วิศวะที่นี่
พาไปหาซื้อของร้านร้อยเยน
ซึ่งต้องเข้าไปในเมือง
และมูจิ
ตลาดสด
แถวๆสมาคมที่พี่ต๊อบสอนภาษาไทยด้วย
แล้วพี่ต๊อบก็พาไปซื้อกล้องซะทีเย้ๆ
หลังปาร์ตี้ยังพาไปซื้อของที่จัสโก้
แล้วพาชึ้นไปส่งที่หอด้วย
เลยได้ของหนักๆอย่างข้าวสาร และน้ำหวานมากมาย
อ่อ ซื้อพวกน้ำยาทำความสะอาดครัวและห้องน้ำมาเลย
แต่ยังไม่มีถุงมือ
ไม่มีรูปให้ดูนะคะ โทษที

วันอาทิตย์มีตลาดนัด
ที่มีปีละครั้ง
มีขายของมือสองหรือของแถมที่เค้าไม่ได้ใช้
พวกแก้วแถม ผ้าขนหนูที่เค้าได้มาแล้วไม่ได้ใช้
อยากได้หมอนกับตระกร้าผ้าแต่ยังไม่มี
ได้แต่ของเล่นบ้าบอ ที่แขวนผ้าเช็ดมือ
กระเป๋าสานเอาไว้ถือของเยอะๆ
ที่ปอกแอปเปิลอยากได้มาตั้งนานและเห็นแต่ที่วิลล่า
วันนี้กลับมาเห่อ ปอกใหญ่เลย
แอปเปิลก็แพง กินก็ไม่หมดเลยเก็บไว้ก่อนละกันเนอะ
อยากเอากลับจัง
ไม่รู้ที่จะพอรึเปล่า
พรุ่งนี้พี่ต๊อบจะพาไปกินซูชิ
หลังจากมาครบอาทิตย์พอดี
ยังไม่เห็นปลาดิบเลยยยย